เจ้าของธุรกิจหลายคนตกใจตอนปิดงบว่า “ทำไมกำไรทางบัญชีดูน้อย แต่พอคำนวณภาษีกลับต้องจ่ายเยอะกว่าที่คิด” สาเหตุหลักมักมาจากเรื่องเดียวกันเสมอ คือมีรายจ่ายที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่ทางภาษีกลับ “หักไม่ได้” ต้องบวกกลับเข้าไปในกำไรสุทธิก่อนคำนวณภาษี

ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี พอถึงเวลายื่นภาษีจริงอาจเจอภาษีที่ต้องจ่ายสูงเกินคาด หรือแย่กว่านั้นคือใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายผิด จนถูกกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง บทความนี้จะสรุปให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายแบบไหนหักภาษีได้ แบบไหนหักไม่ได้ และเทคนิคจัดการให้ถูกต้อง

หลักการพื้นฐาน: ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ต้องเป็นแบบไหน
ตามประมวลรัษฎากร ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ ต้องเข้าเงื่อนไขหลักๆ คือ
1. เป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโดยตรง
2. มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าจ่ายจริง และรู้ตัวผู้รับเงินชัดเจน
3. ไม่ใช่รายจ่ายที่กฎหมายระบุห้ามไว้เป็นการเฉพาะ (ตามมาตรา 65 ตรี)
4. เป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้นๆ ไม่ใช่รายจ่ายล่วงหน้าข้ามปีโดยไม่มีเหตุผล

ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ ตัวอย่างที่ SME เจอบ่อย
– เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัสพนักงาน รวมถึงเงินสมทบประกันสังคมส่วนของนายจ้าง
– ค่าเช่าสำนักงาน ค่าเช่าร้าน ค่าเช่าโกดัง ที่ใช้ในการประกอบกิจการ
– ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ของสถานประกอบการ
– ค่าวัตถุดิบ ต้นทุนสินค้า ที่ซื้อมาเพื่อผลิตหรือขาย
– ค่าโฆษณา การตลาด เช่น ค่ายิงแอด ค่าจ้างทำคอนเทนต์ ค่าออกบูธ
– ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน รถยนต์ที่ใช้ในกิจการ (หักตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่หักเต็มจำนวนทันที)
– ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าที่ปรึกษากฎหมาย
– ค่ารับรองลูกค้า ในส่วนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย (มีลูกค้าจริง มีหลักฐานชัดเจน และไม่เกินเพดานที่กำหนด)
ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่กู้มาใช้ในการดำเนินกิจการ

รายจ่ายต้องห้าม หักภาษีไม่ได้ ที่ SME พลาดบ่อยที่สุด
ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มีรายจ่ายหลายประเภทที่แม้จะจ่ายจริง แต่กฎหมายไม่ให้นำมาหักภาษี ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ SME ได้แก่

  1. รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของหรือกรรมการ เช่น ค่าท่องเที่ยวส่วนตัว ค่าซื้อของใช้ในบ้าน ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการแต่นำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
  2. รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ เช่น จ่ายเงินสดโดยไม่มีใบเสร็จ ไม่มีชื่อผู้รับชัดเจน
    ค่าปรับและเงินเพิ่มทางภาษี เช่น ค่าปรับยื่นภาษีล่าช้า เงินเพิ่มจากสรรพากร แม้จะเป็นรายจ่ายจริงแต่หักภาษีไม่ได้
  3. รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน เช่น ซื้อเครื่องจักรทั้งก้อนมาลงเป็นค่าใช้จ่ายทันที ทั้งที่ต้องทยอยหักเป็นค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน
  4. ค่ารับรองที่เกินเพดานตามกฎหมาย หรือไม่มีหลักฐานว่ารับรองใคร เพื่อธุรกิจอะไร
  5. ผลเสียหายที่มีประกันชดใช้ ส่วนที่ได้รับชดเชยจากประกันแล้วไม่สามารถนำมาหักซ้ำเป็นค่าใช้จ่ายอีก
  6. ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจ่ายเอง ไม่สามารถนำภาษีที่จ่ายไปแล้วมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณภาษีรอบถัดไปได้

ความแตกต่างระหว่าง “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” กับ “ค่าใช้จ่ายทางภาษี” คือจุดที่ทำให้ SME จำนวนมากคำนวณภาษีผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว การเข้าใจว่ารายจ่ายแบบไหนหักได้ แบบไหนต้องบวกกลับ จะช่วยให้วางแผนภาษีได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องเจอภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มแบบไม่ทันตั้งตัวตอนปิดงบ

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่ารายจ่ายในธุรกิจตัวเองรายการไหนหักภาษีได้บ้าง หรืออยากให้มีคนช่วยจัดระบบบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นปี ทีมงานสยาม อินเตอร์ แอ็คเค้าติ้ง พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่การทำบัญชีรายเดือนไปจนถึงการวางแผนภาษีให้ธุรกิจของคุณประหยัดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย