เจ้าของธุรกิจจำนวนมากอยากเปลี่ยนรถ และมักถูกแนะนำว่า “ซื้อในนามบริษัทสิ ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้” ความจริงคือรถยนต์นั่งเป็นสินทรัพย์ที่กฎหมายภาษีจำกัดไว้เป็นพิเศษ ซื้อแล้วหักภาษีได้ไม่เต็มราคา และถ้าใช้ปนส่วนตัวก็เสี่ยงถูกบวกกลับ บทความนี้เปรียบเทียบสองทางเลือกให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ

เพดานที่ต้องรู้ สำหรับรถยนต์นั่งและรถโดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง
ค่าเสื่อมราคา: คิดจากราคาทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อคัน ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 พ.ศ. 2527 (กรมสรรพากรยืนยันในข้อหารือ กค 0706/11508 กรณีใช้สิทธิซื้อรถหลังครบสัญญาเช่าลิสซิ่ง) ส่วนที่เกินไม่สามารถหักได้
ค่าเช่า (เช่าลิสซิ่ง): หักเป็นรายจ่ายได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 36,000 บาทต่อเดือน ตามมาตรา 65 ตรี (20) ประกอบพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 315 พ.ศ. 2540
ภาษีซื้อ: ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถโดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง เป็นภาษีซื้อต้องห้าม นำไปหักออกจากภาษีขายไม่ได้ (กรมสรรพากร หัวข้อภาษีซื้อต้องห้าม)
ข้อยกเว้น: ธุรกิจที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับรถโดยตรง เช่น ให้เช่ารถ หรือขายรถ มีหลักเกณฑ์ต่างออกไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ตัวอย่างคำนวณ: ซื้อรถราคา 1,500,000 บาท ในนามบริษัท
ค่าเสื่อมราคาทางภาษีคิดอัตรา 20% ต่อปี (หักได้ 5 ปี) จากราคาทุนที่หักได้ 1,000,000 บาท = 200,000 บาทต่อปี ส่วนราคาอีก 500,000 บาทที่เกินเพดานไม่มีวันหักได้ ถ้ากฎหมายไม่มีเพดาน ค่าเสื่อมจะเป็น 300,000 บาทต่อปี ส่วนต่าง 100,000 บาทต่อปีที่หักไม่ได้ หากบริษัทเสียภาษีในอัตรา 15% เท่ากับต้นทุนภาษีที่เสียเพิ่มราว 15,000 บาทต่อปี (ตัวอย่างสมมติ อัตราภาษีจริงขึ้นกับกำไรของบริษัท)
นอกจากนี้ ในทางบัญชี บริษัทยังตัดค่าเสื่อมเต็มราคารถ 1,500,000 บาท ดังนั้นต้องบวกกลับส่วนต่างทุกปีใน ภ.ง.ด.50 ซึ่งเป็นรายการค่าใช้จ่ายต้องห้ามอย่างหนึ่ง

แล้วแบบไหนคุ้มกว่า
รถที่ใช้เพื่อธุรกิจเป็นหลัก มีบันทึกการใช้ชัดเจน เหมาะซื้อในนามบริษัท โดยเลือกรุ่นที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อให้หักค่าเสื่อมได้เต็มจำนวน
รถหรูราคาสูงที่ใช้ส่วนตัวเป็นหลัก การซื้อในนามส่วนตัวมักเรียบง่ายกว่า ไม่เสี่ยงถูกบวกกลับ และไม่ต้องจัดเอกสารซับซ้อน
รถกระบะหรือรถตู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ “รถยนต์นั่ง” มีหลักเกณฑ์ต่างจากรถเก๋ง ควรตรวจประเภทรถตามทะเบียนก่อนตัดสินใจ
ทางเลือกเช่าลิสซิ่ง ได้ประโยชน์ค่าเช่าสูงสุด 36,000 บาทต่อเดือน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการภาระรายเดือนคงที่

ข้อควรระวังเมื่อใช้รถบริษัท
เก็บใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จค่าน้ำมัน ซ่อม ประกัน ทุกใบ และชื่อผู้ใช้รถ
ทำบันทึกการใช้รถ (ปลายทาง ผู้ใช้ วัตถุประสงค์) เพื่อแสดงว่ารถใช้เพื่อกิจการ
ห้ามนำค่าใช้จ่ายรถส่วนตัวของครอบครัวมาลงบริษัท เพราะเข้าข่ายรายจ่ายส่วนตัวตามมาตรา 65 ตรี (3)