กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นระบบหลักประกันแรงงานรูปแบบใหม่ของไทย เริ่มบังคับใช้จริงวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินติดตัวเมื่อออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออกเอง เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือเงินออมภาคบังคับที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันสมทบทุกเดือน สะสมไว้เป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดสภาพการจ้าง ไม่ว่าจะด้วยการลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างบังคับใช้กับใครบ้าง

กฎหมายบังคับใช้กับบริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ยกเว้นบางประเภทกิจการ ได้แก่ งานบ้าน ประมง และโรงเรียนเอกชน

อัตราเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคำนวณอย่างไร

ลูกจ้างจ่ายสมทบ 0.25% ของรายได้ นายจ้างสมทบเพิ่มอีก 0.25% รวมเป็น 0.5% คิดจากรายได้จริงโดยไม่มีเพดาน

ตัวอย่าง เงินเดือน 30,000 บาท ลูกจ้างถูกหักเดือนละ 75 บาท นายจ้างสมทบเพิ่มอีก 75 บาท รวมเข้ากองทุน 150 บาทต่อเดือน

ลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อไหร่

ลูกจ้างมีสิทธิรับเงินคืนได้ทุกกรณีที่ความเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะลาออกด้วยความสมัครใจ ถูกเลิกจ้าง สิ้นสุดสัญญาจ้าง เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต โดยเงินที่ได้รับประกอบด้วยเงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผลตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

กรณีออกจากงานทุกกรณีลูกจ้างได้อะไรบ้าง
1. ได้รับเงินสะสมและเงินสมทบที่นายจ้างนำส่งเข้ากองทุนทั้งหมด
2. นายจ้างต้องออกหนังสือรับรองการสิ้นสภาพการจ้าง และคืนเงินภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นสภาพการจ้าง
จ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว โอนเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้าง

กรณีลูกจ้างเสียชีวิตเงินกองทุนตกเป็นของใคร
เงินสะสมและเงินสมทบทั้งหมดตกเป็นของบุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ในแบบ สกล.5 หากไม่ได้ระบุไว้ เงินจะตกแก่บุตร คู่สมรส บิดา และมารดา แบ่งเท่ากัน และหากไม่มีผู้มีสิทธิรับเงินตามกฎหมาย เงินทั้งหมดจะตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

นายจ้างไม่ทำตามกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีโทษอย่างไร
นายจ้างที่ไม่นำส่งเงินสมทบหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ