เจ้าของธุรกิจหลายคนเจอเหตุการณ์นี้ตอนปิดงบ งบการเงินออกมาว่าบริษัทกำไร 1 ล้านบาท แต่พอนักบัญชีคำนวณภาษีกลับได้ฐานกำไรสูงกว่านั้น ทั้งที่ไม่มีรายได้เพิ่ม สาเหตุเกือบทุกครั้งคือ “ค่าใช้จ่ายต้องห้าม” รายจ่ายที่จ่ายจริงและบันทึกบัญชีได้ แต่กฎหมายภาษีไม่ยอมให้นำมาหักเป็นรายจ่ายตอนคำนวณกำไรสุทธิ ต้องบวกกลับเข้าไป บทความนี้สรุปให้ว่ามีรายการอะไรบ้าง ตัวเลขเพดานที่ต้องรู้ และวิธีจัดการตั้งแต่ต้นปีเพื่อไม่ให้เสียภาษีเกินจำเป็น

ค่าใช้จ่ายต้องห้ามคืออะไร ต่างจากค่าใช้จ่ายทางบัญชีอย่างไร

ตามที่กรมสรรพากรอธิบายไว้ รายจ่ายต้องห้าม หมายถึงรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการของนิติบุคคลและบันทึกบัญชีเป็นรายจ่ายในรอบบัญชีแล้ว แต่ในทางภาษีไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ข้อกำหนดนี้อยู่ในมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

พูดง่ายๆ คือ บัญชีกับภาษีใช้กติกาคนละชุด บัญชีมีเป้าหมายให้งบการเงินสะท้อนความจริงของธุรกิจ จึงบันทึกค่าใช้จ่ายทุกรายการที่เกิดขึ้น ส่วนภาษีมีเป้าหมายป้องกันการนำรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ หรือรายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ มาลดฐานภาษี ผลคือ “กำไรทางบัญชี” กับ “กำไรสุทธิทางภาษี” มักไม่เท่ากัน และส่วนต่างที่ต้องปรับก็คือรายการบวกกลับที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.50

ข้อควรแยกให้ชัดคือ ค่าใช้จ่ายต้องห้ามไม่ได้แปลว่าห้ามจ่าย ธุรกิจจ่ายได้ตามปกติ เพียงแต่ส่วนนั้นไม่ช่วยลดภาษี

สังเกตว่าข้อ 3 และข้อ 13 คือกับดักใหญ่ที่สุดของธุรกิจครอบครัว เมื่อเจ้าของกับบริษัทปนกัน ใช้บัตรบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัว รายการเหล่านี้จะถูกตัดออกจากรายจ่ายเมื่อสรรพากรตรวจ

วิธีแยกรายจ่ายตั้งแต่ต้นปี ไม่ให้เสียภาษีเกินจำเป็น
แยกบัญชีธนาคารและบัตรของบริษัทออกจากส่วนตัวตั้งแต่วันแรก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เผลอจ่ายผ่านบริษัท ให้บันทึกเป็นเงินยืมกรรมการหรือเงินถอน แล้วจัดการให้ถูกต้อง แทนการลงเป็นค่าใช้จ่าย
ตั้ง “บัญชีค่ารับรอง” แยกจากค่าใช้จ่ายอื่น และเช็กยอดสะสมเทียบเพดาน 0.3% ทุกไตรมาส จะได้รู้ล่วงหน้าว่าส่วนไหนจะเกิน
เก็บหลักฐานครบทุกรายการ ใบกำกับภาษีเต็มรูป ใบเสร็จ ใบสำคัญจ่าย และชื่อผู้อนุมัติ โดยเฉพาะรายการเงินสด เพื่อไม่ให้เข้าข่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน
แยกรายจ่ายซ่อมแซมกับรายจ่ายลงทุนให้ชัด ถ้าเป็นการต่อเติมหรือทำให้ทรัพย์สินดีขึ้น ให้ตั้งเป็นสินทรัพย์แล้วทยอยหักค่าเสื่อมราคา
ใช้ผังบัญชีที่มีบัญชีแยกสำหรับรายการต้องห้าม เช่น เบี้ยปรับ ภาษีซื้อต้องห้าม ค่ารับรองส่วนเกิน ตอนสิ้นปีจะบวกกลับได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่ทีละรายการ
ทบทวนรายจ่ายกับนักบัญชีก่อนสิ้นปี ไม่ใช่รอตอนยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะตอนนั้นแก้พฤติกรรมไม่ทันแล้ว

สรุป
ค่าใช้จ่ายต้องห้ามไม่ใช่เรื่องของนักบัญชีอย่างเดียว เจ้าของธุรกิจเป็นคนตัดสินใจจ่ายเงินแต่ละบาท จึงควรรู้หลักใหญ่ว่า รายจ่ายส่วนตัว รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน รายจ่ายเกินเพดาน และเบี้ยปรับ ไม่ช่วยลดภาษี รู้ล่วงหน้าแล้วจัดระบบให้ถูกตั้งแต่ต้นปี จะประหยัดทั้งภาษีและเวลาแก้ไขตอนปิดงบ
ถ้าอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจรายจ่ายของบริษัทก่อนสิ้นปี ทีมสยาม อินเตอร์ แอ็คเค้าติ้ง พร้อมให้คำปรึกษา ทักแชทเพื่อนัดตรวจรายจ่ายและวางแผนภาษีได้เลย
อ่านต่อ: ค่าใช้จ่ายอะไรหักภาษีได้บ้าง SME ต้องรู้ก่อนยื่นภาษี · ภ.ง.ด.50 คืออะไร ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ถูกต้องปี 2569 · ยื่นภาษีช้า เสียค่าปรับเท่าไหร่
แหล่งอ้างอิง: กรมสรรพากร เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (รายจ่ายต้องห้าม)