ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม คือช่วงที่ธุรกิจยังแก้ผลภาษีได้ เพราะรอบบัญชียังไม่ปิด หลังสิ้นปีเหลือเพียงจัดระเบียบเอกสาร ไม่ใช่เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว วางแผนภาษีที่ถูกต้องไม่ใช่การหลบภาษี แต่คือการใช้สิทธิที่กฎหมายให้ และป้องกันการเสียภาษีเกินจากความผิดพลาดเรื่องเอกสาร
วิธีที่ 1: บันทึกรายจ่ายให้ครบและมีหลักฐานครบ
รายจ่ายหักภาษีได้ต้องจ่ายจริง เกี่ยวกับกิจการ และมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน (มาตรา 65 ตรี (18)) ก่อนสิ้นปีให้ไล่ตรวจว่ารายจ่ายสำคัญมีใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ มีใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (กรณีจ่ายค่าบริการ) และไม่มีรายการที่ถูกบันทึกผิดหมวด การทำเอกสารให้ครบคือวิธีประหยัดภาษีที่เสี่ยงน้อยที่สุด
วิธีที่ 2: ใช้ผลขาดทุนสะสมที่ยังหักได้
ผลขาดทุนสุทธิทางภาษีที่ยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบบัญชีปัจจุบัน นำมาหักจากกำไรได้ตามมาตรา 65 ตรี (12) ถ้าบริษัทมีขาดทุนในอดีต ให้ตรวจว่ายกมาถูกต้องและยังไม่เกินกำหนด
วิธีที่ 3: เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เงินที่จ่ายเข้ากองทุนโดยทั่วไปเป็นรายจ่ายต้องห้าม แต่เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นข้อยกเว้นที่หักได้ตามเกณฑ์กฎกระทรวง ฉบับที่ 183 (พ.ศ. 2533) ธุรกิจที่มีพนักงานและต้องการสร้างสวัสดิการระยะยาว ใช้ทางนี้ได้พร้อมกับประโยชน์ทางภาษี
วิธีที่ 4: จัดการสินทรัพย์และสินค้าให้สะท้อนความจริงก่อนปิดงบ
ตรวจสินทรัพย์ที่ชำรุดหรือเลิกใช้ แล้วดำเนินการตัดจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ ไม่ปล่อยให้ค้างอยู่ในบัญชี (ตรวจสอบเงื่อนไขการตัดจำหน่ายก่อนทำ)
นับสต๊อกจริงและตัดสินค้าเสียหายหรือสูญหายที่มีหลักฐาน
ถ้ามีแผนซื้อสินทรัพย์อยู่แล้ว การซื้อก่อนสิ้นปีทำให้เริ่มหักค่าเสื่อมได้ในปีนี้ตามสัดส่วนเวลา แต่ไม่ควรซื้อเพียงเพื่อหวังประหยัดภาษี เพราะเงินสดออกก่อน
วิธีที่ 5: ใช้มาตรการภาษีที่รัฐประกาศ และจัดทำเอกสารสำหรับสิทธิเหล่านั้น
รัฐบาลมักออกมาตรการจูงใจให้หักรายจ่ายเพิ่ม เช่น มาตรการด้านการลงทุนหรือการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกปี ควรตรวจประกาศของกรมสรรพากรช่วงปลายปีว่ามีมาตรการใดที่ธุรกิจเข้าเงื่อนไขหรือไม่ และเตรียมเอกสารตามที่กำหนดล่วงหน้า
สิ่งที่ห้ามทำ
ออกใบกำกับภาษีหรือเอกสารปลอมเพื่อสร้างรายจ่าย ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงทั้งทางภาษีและอาญา
ลงรายจ่ายส่วนตัวหรือรายจ่ายของบุคคลอื่นเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท (มาตรา 65 ตรี (3), (13))
ตั้งรายจ่ายค้างจ่ายลอยๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง (มาตรา 65 ตรี (9))
ซื้อของเกินจำเป็นเพียงเพื่อลดกำไร เพราะเงินสดที่เสียไปมากกว่าภาษีที่ประหยัดได้